เคยไหม? เสียดายของที่ไม่ได้ใช้ แต่ก็ทำใจทิ้งไม่ลง

เคยไหม?
เสียดายของที่ไม่ได้ใช้ แต่ก็ทำใจทิ้งไม่ลง
ทำความรู้จัก Extended Self Theory

ใครเคยมีของที่ไม่ได้ใช้นานมากแล้วหรือของที่ใช้ได้ครั้งเดียว แต่ทิ้งของเหล่านั้นไม่ลง เพราะเสียดายกันบ้างคะ?

ของเล่นชิ้นโปรด ตั๋วคอนเสิร์ต ตั๋วเครื่องบินทริปแห่งความทรงจำ เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่แล้ว หรือของที่ไม่ได้ใช้แล้ว แต่ยังคงเก็บไว้ในลิ้นชัก และอีกมากมาย

เพราะมนุษย์เราไม่ได้นิยามความเป็นเจ้าของผ่านร่างกายหรือความคิดเท่านั้น แต่เรานิยามความเป็นเจ้าของผ่าน “ความสัมพันธ์และสิ่งของ” ด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราเป็นใครและผ่านอะไรมา ซึ่งทฤษฎีนี้ถูกเรียกว่า “Extended Self Theory”

วันนี้ Mental Life by Chanisara จะพาไปหาคำตอบกันว่า ทำไมคนเราถึงไม่สามารถตัดใจทิ้งสิ่งของต่างๆ แม้ไม่ได้ใช้แล้ว?

ทิ้งไม่ลง เพราะ “สิ่งของ” คือ กระจกสะท้อนตัวเรา

จากวารสารวิจัยเกี่ยวกับผู้บริโภค เรื่อง “Possessions and the Extended Self” ของ Russell W. Belk นักการตลาดด้านพฤติกรรมและการบริโภคกล่าวว่า สิ่งที่เรามีสะท้อนความเป็นตัวตน เราจึงไม่สามารถสูญเสียสิ่งของที่เรามีไปได้ เพราะสิ่งของเหล่านั้นอาจมีเรื่องราว ความทรงจำ และความผูกพันที่ซ่อนอยู่

สะท้อนความเป็นตัวเรา ทฤษฎีนี้ถูกเรียกว่า “Extended Self Theory” หรือตัวตนส่วนขยาย

มนุษย์เรา ไม่ได้นิยามความเป็นเจ้าของผ่านความคิดหรือร่างกายเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์และสิ่งของด้วย

สมองเราจะมีกลไกการทำงาน เมื่อรับรู้ว่า “สิ่งนี้เป็นของเรา” เราจะตีมูลค่าของสิ่งนั้นมากขึ้น เพื่อรักษาความเป็นตัวเองไว้และทำให้เรามีความรู้สึกผูกพัน หวงแหนและรักสิ่งเหล่านั้นจนไม่อยากสูญเสียสิ่งของเหล่านั้นไป เราจึงทิ้งของที่เราเก็บไว้ไม่ลง 

ทำไมเราถึงโกรธจนควันออกหู เมื่อมีคนทิ้งของเรา?

Russell W. Belk นักการตลาดด้านพฤติกรรมและการบริโภคระบุว่า สิ่งที่เราเป็นเจ้าของ แสดงถึงตัวตนของเรา ถ้ามีคนมาทิ้งของเราตัวตนของเราอาจหายไปด้วยจึงทำให้เรารู้สึกสูญเสีย เพราะสิ่งที่มีความหมายของเราหายไป โดยเฉพาะสิ่งที่เราผูกพันและมีความหมายกับหัวใจของเรา

รวมถึงรู้สึกว่ามีคนมาล้ำเส้นพื้นที่ส่วนตัว เช่น แม่เอาของที่มีคุณค่ากับเราอย่างชุดนักศึกษาไปทิ้งโดยที่ไม่บอกเราก่อน เราก็จะรู้สึกโกรธและเสียใจ เพราะชุดนักศึกษา สำหรับแม่อาจจะเป็นสิ่งที่มองว่าก็ไม่ได้ใช้แล้ว จะเก็บให้รกบ้านทำไม แต่สำหรับคนเป็นเจ้าของมองว่า มันคือช่วงเวลาหนึ่ง ที่มีค่าและมีความผูกพัน จึงทำให้อาจจะโกรธหรือการรู้สึกเสียใจมากๆ นั่นเอง

อีกทั้งมองการถูกนำของที่มีค่าทางใจไปทิ้งถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพราะเราไม่ได้อนุญาต

สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า เราไม่ได้โกรธที่คนอื่นมาทิ้งของที่เราไม่ได้ใช้ แต่โกรธเพราะ มีคนมาตัดสินว่า เราควรจะทิ้งสิ่งของนั้นทั้งที่เรายังไม่อยากปล่อยไป นี่จึงเป็นเหตุผลที่สะท้อนให้เห็นว่า ทำไมใครบางคนอาจจะโกรธจนควันออกหูเมื่อมีคนมาทิ้งของเรา

“สิ่งของ” กล่องความทรงจำที่แสนล้ำค่า

สิ่งของบางชิ้นก็แสดงถึงความผูกพันและความทรงจำที่ล้ำค่า เพราะบางอย่างอาจจะมีชิ้นเดียวในโลก เช่น ผ้าเน่า ตุ๊กตาตัวโปรดที่ต่อให้เติบโตแค่ไหน บางคนก็จะพกมันไปทุกที่เพราะเรารู้สึกผูกพันและมองว่าสิ่งของเหล่านั้นเป็นตัวตนของเราที่เราทิ้งไม่ลง 

สิ่งของบางอย่างก็เชื่อมโยงความรู้สึกของคนไว้ด้วยกัน เช่น ภาพถ่ายของคนที่จากเราไปแล้ว เป็นความทรงจำหรือเป็นตัวแทนอันล้ำค่าที่สามารถเก็บำว้ให้อยู่กับเราตลอดไป 

เพราะสิ่งของที่เราเก็บไว้ สะท้อนความเป็นตัวตน ความรู้สึก ความรัก ความผูกพัน และความทรงจำที่ล้ำค่าที่ในบางครั้งก็ไม่สามารถมีอะไรมาแทนที่ได้ ทำให้ของบางอย่างจึงมีคุณค่ากับใครบางคนจนทิ้งไม่ลงนั่นเองค่ะ


Source

https://academic.oup.com/jcr/article-abstract/15/2/139/1841428 

https://criticalmanagement.uniud.it/fileadmin/user_upload/Belk_1988.pdf

Related Articles

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคง

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคงสู่ความสำเร็จ ตอนเด็กๆ หลายคนคงเคยได้ยินนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่ากันใช่ไหมคะ ถึงเต่าจะเชื่องช้า แต่เขาไม่เคยหยุดเดิน จนเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ เช่นเดียวกับ “Turtle Theory” ในมุมที่เราจะสื่อถึงอาจไม่ใช่ทฤษฎีทางจิตวิทยาโดยตรง แต่เป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้ค้นพบความหมายของชีวิต นั่นคือ การลองก้าวเดินอย่างช้าๆ ชะลอชีวิต ไม่ต้องไปโฟกัสว่าใครจะเดินเร็วกว่าเรา ซึ่งเป็นการลดความเครียดและปกป้องหัวใจของตัวเอง 

ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่

ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ  แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่ เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเราชอบลืมของบ่อยๆ เดียวลืมกระเป๋าสตางค์ เดี๋ยวลืมกุญแจรถ เดี๋ยวลืมแว่น หรือบางคนลืม Notebook ไว้ที่บ้านแล้วตัวเองมาทำงาน เพราะอะไรกันนะเราถึงได้ลืมของที่เราจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน  สำนักข่าว Times of India ได้ลงผลสำรวจที่มีชื่อว่า Average person forgets

Mom and kids… ทำไมแม่ถึงต้องคิดไปไกลเสมอ

แม่คิดเยอะเกินหรือกังวลมากไปรึเปล่า? ความรักของแม่ เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่เสมอ นั่นทำให้แม่อาจจะคิดไปไกลมากกว่าคนอื่นๆ หลายคนอาจจะพูดว่าแม่คิดมาก แต่แท้จริงแล้วแม่แค่คิดไปเผื่อวันข้างหน้า เพื่อให้ลูกเติบโตมาอย่างดีที่สุด จึงคิดไปไกลตั้งแต่อยู่ในท้องไม่ว่าจะเป็นลูกถนัดทางด้านไหน จะเรียนที่ไหน หรือเติบโตในสภาพแวดล้อมอย่างไรและอีกมากมาย การคิดมากของแม่เกิดจากกระบวนการในสมอง เพราะสมองถูกออกแบบมาให้คาดการณ์อนาคต โดยจำข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตร่วมกับปัจจุบัน เตรียมร่างกายเพื่อระวังภัยในอนาคตที่จะเกิดขึ้นกับลูกได้ เพื่อให้ลูกปลอดภัย เช่น แม่คิดว่าลูกจะหกล้ม ก็จะเอามือไปจับก่อนที่เหตุจะเกิดนั่นเองค่ะ  อย่างไรก็ตาม เราต้องเข้าใจว่าเราไม่อาจควบคุมทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้